[EED] Lemon Blossom [HBD Aruc R Rental]

posted on 09 Nov 2011 22:31 by il-domatore-ren  in EED

 
 
 
 
 
 
 
คุณเรน...............


ที่ผ่านมา.....ก็แค่เล่นกับผมหรอครับ........






"......เธอน่ะเป็นอะไรก็ไม่ชอบบอกใคร ถามก็ไม่ตอบ จะไม่ให้เรียกดื้อได้ยังไง"ชายหนุ่มขยี้หัวเด็กสาวเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้

"เปล่าสักหน่อย"เมโลดี้พองแก้ม "ฉันไม่ได้ดื้อนะจ้ะ ถ้าฉันดื้อ เรนก็ดื้อเหมือนกันนั่นแหละ"

".......ชั้นดื้อที่ไหนกัน อย่ามาเปลี่ยนประเด็นสิ"

"อ้ะ..."อีกฝ่ายที่โดนจับไต๋ได้หัวเราะแห้งๆ พลางทุบอีกคนแก้เขิน "...ก็...เรนอ้ะ....."
 

ทั้งคู่ที่กำลังหยอกล้อกันเล่นๆ อยู่นั้นเหลือบไปเห็นร่างของหนุ่มคนหนึ่งยืนไม่ใกล้ไม่ไกลกำลังจ้องมองพวก เขาด้วยสายตาเย็นชา แผ่บรรยากาศทะมึนให้คู่ชายหญิงก่อนหน้านั้นสะดุ้งเฮือก หวาดๆ ในสวัสดิภาพชีวิตตัวเอง แต่ก็ต้องแอบโล่งใจว่าบุรุษผู้มาใหม่เดินจากไปเงียบๆ เด็กสาวมองหน้าบุคคลที่ยังกึ่งนอนนิ่งๆ อยู่ใต้ต้นไม้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมสะกิดเรียก
 
 
"เอ่อ......"เมโลดี้เอ่ยขึ้น "ไม่ไปง้อหรอจ้ะเรน......."

"......ไม่ต้อง"อีกฝ่ายตอบเรียบๆ "ปล่อยไปนั่นแหละ"

"แต่......."

"ไม่เป็นไรน่า"เรนลุกขึ้นพลางลูบหัวเมโลดี้เบาๆ "ไม่ต้องเป็นห่วง" เขาพูดพลางเดินจากไป

"......แหม..ถ้าเขาไม่คิดจริงจังเรื่องที่เราเล่นเตี้ยมกันไว้ก็จะดีหรอกนะจ้ะ..."



ทำไม.......

ทำไม................



"...ชั้นรักนายอารัค"


"ชั้นกลัว....กลัวจะเสียนายไป"


"ช่วงเวลาที่เราเจอกันอาจจะสั้น.......แต่นายก็สำคัญกับชั้นไม่แพ้คนอื่นๆ....เผลอๆ จะมากกว่าด้วย"


"ถ้าเสียนายไปละก็......."





ทำไมกัน..............



"ได้ยินรึเปล่า? เขาว่าหัวหน้าชั้นปี 4 ของแผ่นดินประชาชนจูบกับศจ.ซิลวาด้วยนะ"

"เห้ย ใช่คนนั้นป่าว คนที่เสกการบ้านศจ.น็อกซ์ได้เป็นขาแมงมุมอ่ะ เห็นว่าจะเสกเป็นแฟนตัวเองนี่"

"เออๆ คนนั้นแหละ เรน เวเลโน่น่ะ หวิดจะได้ต่อยกับศจ.มาร์คัสแล้ว ดีนะไม่เกิดเรื่องอะไร"

"เห้ยทำงี้แฟนเขาไม่ว่าไรหรอ"

"ไม่รู้เว้ย ฉันไม่ใช่แฟนเขานี่หว่า"



ทั้งๆ ที่บอกรัก แล้วสิ่งที่ผมได้ยินมามันคืออะไรครับคุณเรน.........



"เธอๆ รู้ป่าว รุ่นพี่เรนเขาไปสารภาพรักกับสาวคนนึงล่ะ"

"เอ๋ สาวไหน? แฟนรุ่นพี่เขาเป็นผู้ชายไม่ใช่หรอ? เธอไม่ได้มองผิดนะ แฟนรุ่นพี่เขาสวยอยู่ด้วย"

"มองผิดที่ไหนล่ะ สาวที่รุ่นพี่เขาไปบอกรักหัวชมพูขนาดนั้น"

"เอ้าจริงสิ ตายแล้ว หรือว่าทั้งสองคนทะเลาะกัน?"



ไม่เอา.....ไม่อยากฟัง........อย่ามาพูดเรื่องพวกนี้ให้ผมได้ยินนะ

 
 
 
 
 
เริ่มมืดแล้ว แต่เด็กชายจากปราการปราชญ์ยังครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ ทั้งเมื่อตอนกลางวันที่เขาเจอกับข่าวลือที่เขาระแคะระคายมาพลางนอนพิงต้นไม้ ต้นใหญ่ข้างหอตัวเอง ต้นที่ใครบางคนชอบมานอนรอเขาบ่อยๆ ..............ที่ๆ เขาเคยให้คำสัญญาด้วยความรักและห่วงใย.....
 
 
 
"ชั้นจะไม่ยอมเสียนายไปเด็ดขาด เจ้าแมงมุมของชั้น"
 
 
 
จูบที่อ่อนโยน...
 
 
คำพูดตรงไปตรงมาที่ปลอบประโลม....
 
 
แววตาที่จริงจังของคุณ......

 
 
 
ไม่ใช่เพื่อผมคนเดียวหรอกหรอครับ?...........

 
 
 
...คุณเรน..........ผมเคยบอกคุณเรนแล้วนะ.....


 
 
"ผมไม่อยากหนีคุณเรนไป...แล้วก็ไม่ยอมให้คุณเรนหนีไปด้วย... ถ้าคุณเรนหนีผมจะตามไปจนสุดของนรกเลยครับ.."

 
ผมจะพิสูจน์ให้คุณดู ว่าผมพูดแล้วผมจะทำจริง แล้วคุณจะเสียใจ!

 
 
 
 
ร่างบางลุกขึ้นจากที่นอนอยู่แล้วกำลังออกวิ่ง แต่เท้าของเขาชะงักเมื่อเจอร่างสูงตรงหน้าที่กำลังจะออกไปตามมาหาเดินเข้ามาพอดี
 
 
 
 
ดีครับ....ผมจะได้ไม่เสียเวลา....
 
 
 
 
"คุณเรน..."

 
 
"กำลังหาตัวพอดีเลย มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยหน่อย"เรนเดินเข้ามาจูงมือเขาเดินลัดสนามหลังหอไปเรื่อยๆ

 
 
"คุณเรนครับ.....ผมมีเรื่องต้องพูดกับคุณเรนครับ.....เรื่องข่าวลือนั้นน่ะ"

 
 
"....รอเดี๋ยว"
 
 
 
เขาอดใจรอขณะปล่อยให้อีกฝ่ายจูงเดินลึกไปเรื่อยๆ จนทะเลสาบเล็กๆ แอบอยู่ท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นไม่หนาแน่นมากนัก เรนให้เขานั่งลงรอพลางเดินหายไประหว่างต้นไม้
 
 
เขานั่งรอเงียบๆ กำลังคิดว่าจะถามไปตรงๆ หรือจะทำอย่างไรดี...
 
 
 
 
ไม่นานนักเรนก็กลับมาพร้อมกับผู้หญิงผมชมพูเมื่อตอนกลางวันที่ถือกล่องขนาดไม่ใหญ่นักมาด้วย
 

ถ้าจำไม่ผิด...เมโลดี้ ทรอส...เด็กปี1 หอแผ่นดินประชาชน......
 
 
 
 
 
เขากำหมัดแน่น...

 
 
 
 
"อ้าว ตัวหลักของงานมาแล้ว เห็นทีฉันคงจะต้องขอตัวก่อนนะจ้ะเรน"เมโลดี้หันมายิ้มให้น้อยๆ ก่อนเดินจากไป
 
 
 
"คุณเรน...!"
 
 
 
อ้าปากพูดยังไม่ืทันจบ อีกฝ่ายก็กึ่งป้อนกึ่งยัดอะไรบางอย่างเข้าปากมาให้ ทันทีที่รับรสสัมผัสหวานๆ นุ่มๆ นั้นได้ เขาบอกได้คำเดียวว่านี่เป็นของโปรดเขานั่นเอง
 
 
 
ช็อกโกแลต......
 
 
 
 
"สุขสันต์วันเกิดอารัค"อีกฝ่ายกระซิบเบาๆ ไม่ต้องมองกระจกก็รู้ว่าหน้าของเขากำลังแดงและร้อนผ่าวไปด้วยความเขินอาย อายที่ตัวเองมัวแต่โกรธและหึงอีกฝ่ายจนลืมวันเกิดตัวเองไปซะได้....
 
 
 
หึง.......ใช่.......เราต้องรีบเข้าประเด็นนี้ก่อนจะโดนคนตรงหน้าเนียนเงียบไปอีก
 
 
 
"คุณเรนครับ! อย่ามาทำเนียนนะครับ บอกผมเรื่องข่าวลือนั่นมาซะดีๆ"
 
 
 
"ข่้า่วลือ?"เรนทำหน้านิ่ง "อ้อ ข่าวลือนี่เอง....."
 
 
 
"มาอ้งมาอ้ออะไรกันครับ!! อธิบายมาเลยนะ"เขากำลังเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ น้ำตาเอ่อคลอเบ้าไหลเป็นทาง ร่างเล็กขึ้นคร่อมตัวอีกฝ่ายอยากจะชกเข้าไปที่หน้านิ่งๆ ที่ดูไม่แยแสอะไรนั่นเต็มแก่ แต่แล้วก็ทำไมลง
 
 
 
"ผมไม่ยอม........คุณเรน....ผมรักคุณเรน แต่ทำไม......ทำไม.........ถึงไปคบกับผู้หญิงคนนั้น ทำไมถึง....จูบกับศจ.ซิลวา....ฮึก....."
 
 
 
พูดไม่ออกแ้ล้ว.............ราวกับมีก้อนบางอย่างจุกที่่คอไว้....ก้อนที่เรียกว่าความเสียใจ.....
 
 
เรนไม่ตอบอะไรแต่ลูบผมอารัคอย่างอ่อนโยนพลางปาดน้ำตาให้ก่อนกอดไว้แน่น ท่ามกลางทะเลสาบอันเงียบสงบมีเพียงสะอื้นไห้ของเขาดังเป็นระยะๆ
 
 
 
 
"...............ชั้นไม่ได้คบกับเมล...."ในที่สุดเรนก็ยอมเปิดปากเล่า หลังจากรอให้เขาสงบลง "จริงอยู่ที่เคยชอบมาก่อน แต่ว่าเรื่องของเราจบแล้ว ที่นายเห็นเมื่อกลางวัน ชั้นไปปรึกษาเรื่องให้เมลทำเค้กให้"
 
 
"...........ส่วนเรื่องของศจ.ซิลวา.....ศจ.มาขอให้ช่วยก็เท่านั้น........และอีกอย่าง สำหรับทั้งสองคนที่ชั้นทำไป.........."
 
 
 
"ทำไมครับ....มันทำไม...."
 
 
 
"......เปลืองตัวไปหน่อย แต่ดูเหมือนนายจะึหึงตามที่ชั้นคาดไว้นะ"ร่างสูงแสยะยิ้มน้อยๆ ให้อีกฝ่าย เขาหน้าแดงขึ้นกว่าเดิมด้วยความอายแถมเสียรู้ให้แผนเรนไปซะได้ อารัคเด้งตัวขึ้นจะวิ่งหนีแต่ก็ถูกฉุดมือลงมาให้นั่งด้วยกันก่อนแล้วสวมกอด จากด้านหลังด้วยความรัก
 
 
 
 
"หึง...สินะ?"เรนทักขึ้นอย่างอารมณ์ดีพลางหอมแก้มเขาเบาๆ
 
 
 
 
บ้าที่สุด...........คุณเรน..............ทำไมผมต้องแพ้คุณเรนทุกรอบเลย.............
 
 
 
 
"ครับ ผมหึง"เขาหันไปนั่งประจันหน้ากับอีกฝ่าย "ผม.....หึง........ผม......หึงมาก..........ทำไมคุณเรนถึงต้องทำให้ผม กลัว....กลัวมากขนาดนี้ด้วย...."
 
 
 
 
"คุณเรน......แกล้งผมนี่นา......"
 
 
 
 
"เซอร์ไพรส์ดีมั้ยล่ะ......."เรนหยิบกล่องที่เมโลดี้เอามาให้ยื่นให้ เขา "ชั้นไปขอให้เมลอบเค้กมาให้ ช็อกโกแลตและสตรอเบอรี่.......ของโปรดนาย"
 
 
 
เขาแง้มกล่องเค้กอย่างระวังมือ ข้างในเป็นเค้กปอนด์ขนาดปอนด์เดียว เป็นเค้กครีมช็อกโกแลตที่มีเลเยอร์สตรอเบอรี่คั่นกลาง หน้าเค้กประดับประดาด้วยดอกไม้สีเหลืองสดสวยรอบเค้กและถูกนำมาวางเีรียงเป็น ชื่อของเขา
 
 
 
เรนตักเค้กป้อนให้อีกคำ เขาอ้ำอึ้งแต่ก็ยอมกินแต่โดยดี......
 
 
อร่อย........
 
 
 
"....อย่านึกว่าจะเอาเค้กมาล่อผมได้นะคุณเรน"เขาเอ่ยแม้จะยังเคี้ยวเค้กอยู่ "...ผมยังไม่หายโกรธนะ"
 
 
"...รู้แล้ว...ชั้นก็แค่อยากให้นายสนใจชั้นมากกว่านี้ก็เท่านั้น แหละ.....ขอโทษนะ"เรนหอมแก้มพองน้อยๆ ของเขาแล้วล้วงกล่องของขวัญเล็กๆ ออกจากกระเป๋ายื่นให้ เพียงดึงริบบิ้นออกก็เปิดกล่องได้โดยง่าย...เขาเจอของขวัญของเขานอนนิ่งอยู่ ในกล่อง มันส่องแสงน้อยๆ สะท้อนรับกับแสงหิ่งห้อยและที่เริ่มเริงระบำในค่ำคืน
 
 
..........แหวน......
 
 
 
หน้าเขาแดงขึ้นสีเมื่อมองแหวนเงินปลอดอยู่ในกล่อง แต่ก็แอบโล่งใจหน่อยๆ ที่เมื่อหยิบออกมาแล้วพบว่ามันเป็นสร้อยคล้องคอที่มีแหวนคล้องอยู่นั่นเอง
 
 
 
....อยากใส่แหวนอยู่หรอกนะ แต่เขาไม่กล้า........แค่นี้ก็เขินจะแย่อยู่แล้ว...
 
 
 
"จริงๆ แล้ว....."จู๋ๆ เรนพูดขึ้นท่ามกลางเสียงจั้กจั่นขับเพลง "ชั้นอยากให้แหวนนะ แต่คิดว่านายไม่กล้าใส่แน่ เลยทำเป็นแบบนี้ให้แทน"เขาใส่สร้อยให้อารัค แล้วหยิบกลีบดอกไม้สีขาวที่ทำไว้มาใส่เป็นแหวนให้แทนพลางจุมพิตที่มือเบาๆ
 
 
"เลม่อนบลอสซั่ม"เทมเมอร์หนุ่มกระชับมือของเขาข้างที่ใส่แหวนอยู่ไว้แน่น "แปลว่าจะซื่อสัตย์ต่อความรักตลอดไป"
 
เขาหน้าแดง.......ลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยโกรธและหึงหวงอีกฝ่ายแค่ไหน "สัญญา.....ถือว่าสัญญานะครับ.......อย่าทำแบบนี้อีก.....อย่าแกล้งผมแบบนี้ อีกเลย....ผม...กลัว........"
 
 
 
แทนที่คำตอบและบทสนทนาอื่นใด ร่างสูงโน้มตัวลงประทับริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน.......
 
 
 
 
 
 
ด้วยความรัก ดั่งเช่นทุกทีที่เขาได้รับมา....
 
 
 
 
 
 
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
จบแล้วววววววววววววววววว กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ในที่สุด หลังจากเราใกล้จะเสร็จๆ มา 2-3 วัน แต่งนิดเติมโน่น บลาๆๆๆๆ มันก็จบจนได้ //ร้องหุ้ย
 
 
ขอโทษที่มันกาก แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
แต่เราคิดไม่ออกเลยบอกตามตรง เพราะแบบเ้ห้อออ.... #ละไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจ #จงไม่เข้าใจต่อไป
 
 
 
ช่วงนี้มีอะไรประดังประเดเข้ามาในหัวมากเกินไป ปกติเราก็เป็นคนคิดไวอยู่แล้ว แต่มือน่ะค่อดช้าเลย 55
ทุกอย่างเลยดูไม่คืบหน้าซักที เห้อออออออออออ #ละไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจอีกรอบ
 
 
 
 
เรื่องฟิคต่างๆ ที่ค้างคา ยังไงก็จะพยายามให้เสร็จโดยเร็วไม่อู้มากจนเกินไปนะครัฟ
 
 
 
ยังไงก็ ขอบคุณทั้งสะใภ้ที่ยอมมาเป็นสะใภ้ให้
และก็ขอบคุณเมลที่ดราม่าด้วยกันตลอดโผล่มาในนี้ ศจ.ซิลวา และพวกขาเม้าซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้มั่วเอา 555
ถ้าเขียนคาแรคใครผิดก็ขออภัยด้วยนะครัฟ
 
 
 
ปิลิ. ดอกไม้ที่โผล่ในฟิคนี้มี 2 ดอกคือดอกเลม่อนบลอสซั่ม(สีขาว) กับดอกอากริโมนี่(สีเหลือง) แปลว่าขอบคุณ
คือเรนต้องการสื่อว่า ขอบคุณอารัคที่รักเขา และให้แหวนเลม่อนบลอสซั่มไป คือจะซื่อสัตย์กับอารัคตลอดไป
 
 
 
สุดท้ายนี้
 
 
♥ 10/11♥ HBD Aruc ♥
ขอบคุณที่รักกัน ♪
 
 

ให้ล่วงหน้า 1 วันเพราะสะใภ้มาพอดี อรั่กกกก Undecided

[EED] รูมเมท

posted on 09 Nov 2011 17:53 by il-domatore-ren  in EED

 
 
.....หวัดดี......มาส่งรายงานรูมเมทประจำปีแล้ว....
 
 
.....เขียนมา 4 ปี ก็ไม่ค่อยจะเข้าใจว่าืำทำไมจะต้องทำทุกปี
 
 
......แต่ก็ต้องทำสินะ.... *ถอนหายใจแล้วเริ่มเขียนรายงาน*
 
 
 
 
รูมเมทของชั้น....ราห์ล คาซา
 
 
 
.....เปิดเทอมตอนปี 1 นั้น ชั้นแอบลุ้นว่าคนที่จะต้องนอนในห้องเดียวกับชั้นจะเป็นคนยังไง จะโดนเวเน็ตต้างับหัวม่องเท่งไปอีกรึเปล่า นิสัยดีมั้ย....แต่พอเจอกับเจ้าราห์ลแล้ว ถึงจะแอบโล่งอกที่เวเน็ตต้าไม่จับกินจนท้องเสียแต่ก็หายากที่เราจะคุยกันดีๆ ได้....ไม่ใช่ว่านิสัยพวกเราเข้ากันไม่ได้หรอกนะ แต่เพราะมันมักจะเกิดเรื่องวุ่นวายในห้องของเราตลอดเวลาต่างหาก..
 
 
ต่อจากนี้จะขอเรียกเจ้าราห์ลว่า รูมเมท ก็แล้วกัน.....
 
 
 
 
.....เริ่มตั้งแต่ตอนปี 1....ตอนนั้นรูมเมทมาช้า ชั้นจึงขนข้าวของเข้าไปในห้องก่อน หลังจากจัดการทำความสะอาดอะไรเรียบร้อยหมดแล้ว ชั้นก็ออกไปเดินเล่นสำรวจที่ทางกับเวเน็ตต้า(งูที่เป็นพาหนะและสัตว์ เลี้ยง)ลูกสาวของชั้น....พอกลับมาอีกทีก็เจอข้าวของรูมเมทวางกองเต็มเตียง แต่ไม่เจอตัว ชั้นก็เลยเปิดประตูเดินออกไปที่ระเบียงไปอาบน้ำและขัดตัวให้เวเน็ตต้า ด้วย.....ระหว่างนั้น...ชั้นได้ยินเสียงรูมเมทเดินเข้ามาในห้อง ชั้นซึ่งอาบน้ำเสร็จแล้วก็แต่งตัวจะออกไปทัก ปรากฏว่ารูมเมทละเมอหรืออะไรไม่ทราบ ล็อคประตูระเบียงไว้แล้วหนีหายไปไหนก็ไม่รู้ ชั้นต้องรอถึง 2 ชม. กว่ารูมเมทที่ไม่เคยเห็นหน้าจะกลับมาเปิดประตูให้.......
 
 
........นั่นแค่เจอกันวันแรกนะ....
 
 
 
..........ช่วงเวลาตอนปี 1 นั้นเราทะเลาะกันบ่อยมากด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง เคยต่อยกันจนเรื่องไปถึงศจ.ด้วย แล้วชั้นก็มักจะโดนว่าเป็นฝ่ายผิดเพราะแรงดันเยอะกว่าหมอนั่น จะยกตัวอย่างให้ฟังว่าเราต่อยกันเรื่องอะไรบ้าง.....อย่างเช่น ทะเลาะกันเรื่องกกน.ลายหมีปริศนาที่ซุกอยู่ในตะกร้าผ้าของชั้นได้อย่างไม่ ทราบสาเหตุ อยู่ดีๆ มันก็โผล่มา เราเถียงกันเพราะว่าต่างฝ่ายต่างนึกว่าเป็นของอีกคน
 
 
เถียงกันอยู่นานจนสุดท้ายก็พบว่ามันเป็นของห้องชั้นบนๆ เขาทำหล่นลงมานั่นเอง....
 
 
 
..........ตอนปี 2 เราก็กัดกันเรื่อยๆ ไม่เคยพูดจาดีๆ ซักที.....วีรกรรมของตอนปี 2 จนบัดนี้ชั้นกับรูมเมทก็ยังคงงงจนถึงทุกวันนี้ว่ามันมาได้ยังไง....... เรื่องของเรื่องคือว่า...ในวันฮาโลวีนนั้นมีคนส่งดอกกุหลาบให้รูมเมทวางไว้ หน้าห้อง.....ไม่ใช่ดอกกุหลาบสีแดงและคนให้เขาคงไม่ได้ให้ผิดวัน หรอก....เพราะมันเป็นดอกกุหลาบสีดำเฉาๆ วางไว้พร้อมกับแทคขาวเปื้อนเลือดเขียนชื่อรูมเมทไว้ เราเดินกลับห้องมาพร้อมกันก็ต้องตกใจว่าใครแกล้งหรือเล่นอะไรประหลาดๆ กับรูมเมทแบบนี้ทำดีมากๆ
 
รูมเมทก็ค่อนข้างกลัวผีอยู่ด้วยก็เลยหนีไปหมกตัวในห้องขอให้ชั้นเป็น ทัพหน้าคอยเฝ้าหน้าห้องว่าใครเล่นอะไรประหลาดๆ แบบนี้ แต่ชั้นนั่งเฝ้าอยู่เป็นชม.ก็ยังไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้น พอปิดประตูหันหลังไปหารูมเมทเท่านั้นแหละ....ชั้นไ้ด้ยินเสียงอะไรหล่นหน้า ห้องและมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ชั้นเปิดพรวดออกไปดูพบว่ามีดอกกุหลาบเพิ่มมาอีกดอกนึงภายในเวลาไม่ถึง 5 วินาที รูมเมทกลัวหนักกว่าเดิม ขอให้ชั้นนอนเฝ้าหน้าประตูแล้วเขาก็ไปอาบน้ำ ซักพักชั้นได้ยินเสียงตะโกนของรูมเมทจึงวิ่งไปดู เตียงของรูมเมทมีดอกกุหลาบเหี่ยวๆ นั่นวางไว้เป็นช่อ รูมเมทบอกให้ชั้่นโต้รุ่งเป็นเพื่อน....แต่เราก็ยังเห็นดอกกุหลาบสีดำโผล่ ตรงโน้นทีตรงนี้ทีของมุมห้องที่เราเผลอละสายตา
 
 
จบงานฮาโลวีน เราไปถามรุ่นพี่ปีสูงๆ ถึงเหตุการณ์ประหลาด...พวกรุ่นพี่บอกว่าอาจจะเป็นฝีมือของผีเฮี้ยนประจำโรงเรียนอย่างเม้ยเมย์โกะจังมาเล่นด้วยก็เป็นได้.....
 
 
หวังว่าเมย์โกะจังจะไม่โผล่มาหาเราบ่อยๆ เพราะชั้นง่วงมากคืนนั้น...
 
 
 
.....และล่าสุด...ตอนปี 3......เราซึ่งไม่เก่งเวทย์ทั้งคู่ได้รับการบ้านเสกมาจากศจ.น็อกซ์ การบ้านนั้นสั่งอะไรไม่รู้จำไม่ได้ แต่พวกเราก็ตัดสินใจว่าจะลองเสกพร้อมกันเผื่อว่าได้ตัวอะไรออกมาจะได้ช่วย กันได้ เราลองร่ายคาถาเสกพร้อมกัน ปรากฏว่ามันเป็นกองทัพฝูงมฤตยูบินได้อย่างเห็บยักษ์ขนาดเท่าฝ่ามือ.......
 
 
....อ่านไม่ผิดหรอก เห็บยักษ์ขนาดเท่าฝ่ามือที่แหละ....ออกมาเป็นกองทัพ บินไปก่อกวนเสียทั่วโรงเรียน เราเลยโดนศจ.น็อกซ์ทำโทษให้ไปไล่กำจัดเจ้าพวกเห็บ(ถึงแม้มันจะอยู่ได้แค่ 9 ชม.ก็ตาม) แต่เพราะเราเสกกันตอนดึกๆ เลยกลายเป็นว่าทุกคนไม่ได้นอนไป พวกเราโดนลงโทษให้ไปบำเพ็ญประโยชน์ที่คอกม้าเป็นเวลา 1 อาทิตย์โทษฐานก่อกวนความสงบของคนอื่น
 
 
 
 
...............บอกตามตรง....อยู่กับรูมเมทแล้วเหนื่อย....อย่าขยันสร้างปัญหาให้ชั้นเลย  
 
#ได้ข่าวเอ็งอ่ะเริ่ม
 
 
 
 
 
และทั้งหมดนี้คือชีวิตคร่าวๆ ของชั้นและรูมเมท....
 
 
- เรน เวเลโน่ -
ปี4 แผ่นดินประชาชน
 
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
เย้จบ!!!

 
พยายามเขียนให้ออกมาเหมือนชีวิตของเด็กหอทั่วๆ ไปนะครัฟ
มันก็เลยไม่เหมือนชาวบ้านเขาเท่าไหร่ที่เขาแนะนำว่ารูมเมทเขาเป็นไง
 
แต่เราแค่จะบอกว่าเรากับรูมเมททำอะไรมาบ้างในช่วงที่ต้องอยู่ห้องเดียวกัน
 
 
 
เรากับรูมเมทเป็น friendly rival กันครัฟ เห็นกัดกันบ่อยๆ แต่จริงๆ ก็สนิทกันนะ 55
 
มีเรื่องเยอะกว่านี้ที่คิดไว้แต่เดี๋ยวมันหมดมุกเลยเขียนไว้แค่นี้ก่อน
 
 
ปล.ขอโทษรูมเมทล่วงหน้า รักนะจ้ะ 555555
ปล.ขอบคุณทุกๆ ชื่อที่โผล่มาในนี้ (แม้จะมีชื่อเดียว....)
 
 
 
 
 
เจอกันในเอนทรี่ต่อๆ ไปครัฟ!!

[EED] งานลอยกระทง

posted on 09 Nov 2011 12:54 by il-domatore-ren  in EED

 

ไฮ้ย่าาาา!!! ' ^ ')/ น้องเนสเล่ท์มาแว้วววว แต่เอนทรี่นี้ขอสั้นๆ ได้ใจความและกันเน๊อะ
 
 
โดนใครหลายๆ คนยุแกมบังคับให้มาลงประกวดด้วยแหละ เนี่ย ↓↓↓
 
 
 
วันที่ผิดรึเปล่าไม่รู้ช่างมัน
 
 
 
สวยใช่ม๊าาา ' ^ ' เน้นถึงความเรียบง่ายหรูเริ่ดไฮไซของชาวโรมันเชียวน๊าาาา
 
 
 
ลงทั้งแฟชั่นโชว์ทั้งประกวดนางนพมาศเยยแหละ อย่าลืมเชียร์น้องเนสเล่ท์น๊าาา
 
 
 
ไปปั่นงานอื่นๆ ต่อล๊าาาา ธุรกิจรัดตัวจริงๆ พี่เมี๊ยวอย่าลืมขึ้นเงินเดือนให้ด้วยล่ะ ' ^ ')\-/ *โบกมือลา*
 
 
 
 
((ผิดพลาดประการใดรบกวนแจ้งด้วยนะฮะ //กราบบ))

[EBW] Enier Louves

posted on 06 Nov 2011 21:06 by il-domatore-ren  in EBW
 
 
 
 
 
โดนล่อลวงจนได้กับนิยายเรื่องโปรด ฮืออออออว์
 
 
"ชั้นเป็นเพียงอัศวินธรรมดาๆ เท่านั้นแหละค่ะ"

"ชั้นชอบของหวานมากเลย เลือดของคุณหวานรึเปล่าคะ? ♪"

"แค่ชอบใช้กำลัง ไม่ได้แปลว่าชั้นป่าเถื่อนซะหน่อย"
 
 
  ชื่อ - เอเนียร์ ลูฟส์ [Enier Louves]
  สายเลือด : แวมไพร์
  ตำแหน่ง - อัศวินรักษาปราสาท
  วันเกิด -  12 มิถุนายน
  อายุ -  202 ปี ((20ปี มนุษย์))
  สีตา/ผม - ทอง/น้ำเงินเข้ม
  ส่วนสูง/น้ำหนัก - 166 ซม/44 กก.
  ธาตุ - น้ำ/น้ำแข็ง ใช้เวทรักษาได้ในระดับหนึ่ง
  อาวุธ - ทวนน้ำแข็ง

 
 
  นิสัย
- (ดูจะ)สุภาพ เรียบร้อย ขี้อาย แหม เลดี๊~เลดี้
- หน้าตาดูเจี๋ยมเจี๊ยมไม่มีพิษมีภัย
- แต่ชีชอบมากกกกก เรื่องใช้กำลังเนี่ย 
- กุลสตรี (ซะที่ไหน)
- เหมือนจะซึนหน่อยๆ ด้วยนะ
- อย่าให้เรื้อนเชียวล่ะไม่เลิกแน่
- แพ้ของมึนเมาแต่ชอบกินเหลือเกิน
- ที่เหลืออยากรู้ มาคุยเอง ฮิฮิ



คำแทนตัวเอง / คำแทนคนอื่น - ชั้น / คุณ..., ท่าน.....


 
สิ่งที่ชอบ -  สัตว์, ของหวาน, การต่อสู้(แม้ลูกจะดูไ่ม่ให้ก็เถอะ), ความเย็น, เลือด
สิ่งที่เกลียด - การดูถูกว่าเป็นผู้หญิง, แมลง, สัตว์เลื้อยคลาน, อากาศร้อน
 

 

ฝากลูกด้วยนะงัฟฟ

 
 
NL ok!
 
สถานะ : โสด 
 
EMS / @Enier_ebw ตามสะดวก

 

ถึงเยสเขร้,


โอเค คือ เยสเขร้ต้องรอชั้นวาดรูปประกอบน่ะนะ ถึงจะลงได้...

แล้วชั้นก็วาดเสร็จตั้งแต่ห้าทุ่มน่ะนะ....แต่เยสเขร้แม่มก็ไปนอนซะแล้ว /ทรุด

 

 

เลยมานั่งเปลี่ยวอัพพรีวิวก่อนตอนเช้าๆ....

 

จากพี่เมี๊ยวเอง

 

 


ถึงพี่เมี๊ยว,

.....ก็คือพี่เมี๊ยวแม่มอัพตอนตี 4 แต่อิฮั้นตื่น 6 โมงเช้า.........ก็เลยนั่งส่องกล้ามไปก่อน พี่เมี๊ยวมัวแต่เสื่อมเรื้อนทั้งคืนอ่ะดิถึงไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน เดี๋ยวก็ได้ภาคต่อนิยาย"ฉัน, โต๊ะและเก้าอี้"หรอก ขยันสร้างจังเลยนะละครเนี่ยมีกี่เรื่องแล้ว ทั้งสิงห์คร้าม กินทาเมี่ยน บ้านทรายทอง ซีเอ็มบลูส์ ฯลฯ อีกมากมาย เพิ่มค่าแรงให้ซักทีเหอะ ไม่มีตังกินข้าว ได้แต่แทะบ๊วยเค็ม อั้วะเบื่อเลี้ยวววววว

 

อ้าวเผลอสปอยล์เรื่องต่อไปไปซะแล้ว ช่างแม่ม ทำเป็นไม่เห็นและกันนะ

 

จาก เยสเขร้ ที่รักของพี่เมี๊ยว

 

 

 

 


 

 

 

 

*คำเตือน*

*โปรดใส่แว่นกันแดด 3 มิตินี้เพื่ออรรถรสในการรับชม(กล้ามและกันแดด)*

 

 

>>รับแว่นที่นี่<<

 

 

 

 

*เอนทรี่นี้ตัวอักษรเยอะแม่กกกกกกกกกกกกกกกกก แต่จงอ่านซะ*

 

 

 

 

 


 

 

ณ ดินแดนอันใกล้นี้.........


มีตำบลเล็กๆ นามว่า “โคกเพิงกะดิน” ตั้งตระหง่านอยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่อันอุดมสมบูรณ์ในจังหวัด “อ้ายเดน”  ซึ่งมีพรหมแดนติดกับจังหวัด “เด็ดมอด” และจังหวัด “โสนแดน” (สะ - โหน - แดน) สำหรับตำบลอื่นๆ แล้ว โคกเพิงกะดินนี้เป็นเพียงตำบลธรรมดาไม่เด่นดังไม่มีชื่อในด้านใดๆ มากมาย

 

แต่ในตำบลนี้เอง มีหมู่บ้านที่เป็นกำลังสำคัญในการส่งออกบุคลากรอันมีคุณภาพมากมายอยู่สี่หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านขนุนนาง หมู่บ้านเปิบ หมู่บ้านอัดสวิง หมู่บ้านปลาชุม
 
หมู่บ้านขนุนนางนั้นเป็นหมู่บ้านที่ได้ชื่อว่าสร้างรายได้ให้แก่โคกเพิงกะดินมากที่สุด โดยเฉพาะกิจการของเศรษฐีใหญ่คนหนึ่งประจำหมู่บ้าน นั่นคือนายจรัสแสง เปล่งประกายเจิดจ้า กับธุรกิจโซล่าร์เซลของเขา ไม่ใกล้ไม่ไกลนักเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านอัดสวิง เป็นหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องวัสดุทำคานกั้นน้ำ หน้าฝนทีไรมักจะแห้งตลอด แถมยังเป็นหมู่บ้านที่เงินหมุนดี แต่สองหมู่บ้านนี้เขาไม่ค่อยจะถูกกันสักเท่าไหร่นัก มักจะหาเรื่องตีกันอยู่เสมอๆ เป็นที่น่าหนักใจของหมู่บ้านใกล้เคียงมาก

 

หมู่บ้านเปิบนั้นขึ้นชื่อเรื่องคานเช่นเดียวกับหมู่บ้านอัดสวิง แต่เป็นคานบนหลังคาให้คนนั่งแทน เป็นหมู่บ้านที่ชอบหาความรู้ด้านอาหารมีโอท๊อปเป็นอาหารตะขาบแปรรูปทุกรูปแบบ ส่วนหมู่บ้านปลาชุมขึ้นชื่อเรื่องฝอยทองหมักสูตรแม่นางเสน่ห์นา ว่ากันว่าเมื่อได้ลิ้มรสแล้วจะไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อีก แถมยังมีสรรพคุณพิเศษคือหมักหัวนมเป็นสีขาวนวลอมชมพูได้อีกด้วย

และในโคกเพิงกะดินนี้เอง.....ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง.....

 

 

 

 

 

“พ่อออออออ ข้าไปยิงกบที่เด็ดมอดก่อนล่ะ”ชายหนุ่มรูปงามวิ่งพรวดลงจากบ้านไม้สักอย่างหรูก่อนใส่แว่นกันแดดแล้วหันไปยกมือมาไหว้บิดาที่ออกมายืนส่ง

 

 

 

“เออไอ้ไพร เดินทางดีๆ ล่ะ”

 

 

 

 

จรัสแสง เปล่งประกายเจิดจ้า โบกมืออวยพรให้ลูก.....ชาย....เดินทางไปอย่างปลอดภัย ไพร สี่วาประนมมือไหว้รับพรแล้วขี่ม้าเดินทางผ่านหมู่บ้านทั้ง 4 เขาเห็นคนมากมายเดินทำกิจวัตรของตนเองอย่างสบายๆ ไม่เร่งรีบ

 

เขาคงจะคิดถึงที่นี่แน่ แต่การออกไปยิงกบกับสหายในเด็ดมอดและโสนแดนนั้นก็เป็นโอกาสที่หายากเสียยิ่งกว่าหายาก ยิ่งพวกเขาไม่มีโอกาสได้เจอกันมานาน ยิ่งทำให้ไพรอยากจะออกไปเฮฮาสังสรรค์กับเพื่อนรักใจจะขาด เขาควบม้าไปตามทางจนกระทั่งพ้นจากจังหวัดอ้ายเดนไป


ไพรขี่ม้าเดินทางผ่านเส้นทางที่ตนชำนาญไปเรื่อย จนกระทั่งมาถึงเกือบสุดชายแดนจะเข้าสู่จังหวัดเด็ดมอด...แต่ทางแถวนี้เปลี่ยนไปเสียแล้ว....เขาจำไม่ได้ว่าต้องไปอย่างไรต่อ ครั้นจะใช้โทรศัพท์โทรถามเพื่อนๆ ก็ไม่ได้เพราะในเรื่องยังไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เข้าบวกกับผู้กำกับไม่อนุญาตให้พกเครื่องมือสื่อสารเข้าฉาก ไพรตัดสินเข้าเดินลัดเลาะเข้าป่าไปเผื่อจะโชคดีเจอทางไปต่อได้

 

 

 

ทางในป่านี่มันไม่น่าไว้ใจเลย.......

แต่เดินเข้ามาไกลแล้ว......และยังหาทางออกไม่เจอ....ทำยังไงดี

 

เสียงอีกาหรือนกอะไรซักอย่างร้องดังขึ้น ไพรสะดุ้งน้อยๆ แล้วปลอบทั้งตัวเองและม้าว่ามันเป็นแค่นก....มันเป็นแค่นก....และก็มีแค่เสียงดังกรอบแกรบอย่างกับอะไรซักอย่างเดินผ่านใบไม้แห้งในป่าไปอีกเสียงเท่านั้นเอง.....

ห้ะ....อะไรล่ะที่เดินผ่านไปมาในป่าวังเวงแบบนี้

 

 

 

 

เขาชักใจเสีย.....ปลอบตัวเองว่าไม่มีอะไร...ไม่มีอะไร.....ป่านี้มีเพียงเขาและพวกสัตว์เท่านั้น.....ไม่มีหรอกเงาตะคุ่มๆ ที่คล้ายคนจากหลังต้นไม้ที่ผ่านมาเมื่อครู่นี้.....

เอ๊ะ..............หรือว่ามี...?

 

 

 

 

ไพรตัดสินใจลงจากหลังม้า แล้วเดินย้อนกลับไปยังจุดที่ตนสงสัย...คนบ้าที่ไหนจะมาอยู่ในป่าแห้งแล้งแบบนี้ได้.....

 

 

กุเจอกล้ามพ่อคร้ามแล้วววววววววววววววว

 

เขาชะโงกหน้าอ้อมไปหลังต้นไม้เจ้าปัญหาแล้วเห็นคนๆ หนึ่งนอนพิงต้นไม้อยู่อย่างสงบ ดูจากลักษณะที่มีร่างกายกำยำแข็งแรงแบบนี้แล้ว ไพรคิดว่าเขาไม่น่าจะเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา บางทีอาจจะเป็นทหารของเมืองไหนซักเมืองมานอนเล่นแถวนี้ก็เป็นได้

เขาโน้มตัวลงไปใกล้ชายหนุ่มคนนั้น  ก้มลงมองใบหน้าเข้มดูดีของอีกคน เขาเห็นชายคนนั้นหลับตาพริ้มแม้ผมสีดำกระเซอะกระเซิงจะปรกทั้งหน้ารอยบากไว้ ชายผิวคล้ำเข้มคนนี้นุ่งเพียงโสร่งสีกรมท่าไว้เท่านั้น ร่างของเขาแน่นิ่งไม่ไหวติง มีเพียงจังหวะไหวไหล่จากการหายใจเบาๆ ที่ทำให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่

หรือผีมันจะเก่งคิดวิธีมาหลอกเราให้เราตายใจว่ามันเป็นคน......ไพรคิด....ตกลงว่านายคนนี้ตายรึยังนะ

“ยังไม่ตาย...”

เหยดเขร้ มันตอบกลับมาได้ด้วยหว่ะ....

 

 

 

ร่างสูงลุกขึ้นยืนประจันหน้าไพร เขามองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาไม่ยินดียินร้ายก่อนแค่นหัวเราะออกมา “เอ็งมาทำอะไรในป่าคนเดียวแบบนี้ล่ะ”


“อ้อ...ข้ากำลังหลงทาง หาทางไปเด็ดมอดอยู่ เจ้ารู้จักทางแถวนี้รึเปล่า” ไพรเห็นว่าคนๆ นี้น่าจะช่วยเขาได้จึงตัดสินใจถาม

 

“รู้สิ...ป่านี้คือบ้านของข้า ข้ารู้ทางเข้าออกตรอกซอกในนอกหมดละ....”เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “ว่าแต่เอ็งนี่หน้าคุ้นๆ นะ”


“อ้อ....”ไพรร้อง “ข้าคือไพร สี่วา ลูกชายของจรัสแสง เปล่งประกายเจิดจ้า เศรษฐีใหญ่แห่งหมู่บ้านขนุนนางในโคกเพิงกะดินไงล่ะ”เขากล่าวแนะนำอย่างเสร็จสรรพ เขาอาจจะคิดไปเองหรือเปล่าไม่รู้ที่ได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของชายตรงหน้า ร่างกำยำนั้นจูงม้าของไพรมาให้เขาขี่ก่อนเดินจูงนำทางไป

“ข้ายังไม่รู้ชื่อเจ้าเลย เจ้าเป็นใครมาจากไหนกัน”

“ข้าชื่อคร้าม ชำนาญฟัน”ชายคนนั้นตอบเรียบๆ  “เป็นคนแถวนี้แหละ”

“ไอ้แถวนี้นี่มันยังไงกันฮึ ทำอาชีพอะไรน่ะ”ไพรรู้สึกว่าชื่อของอีกฝ่ายคุ้นๆ แต่นึกไม่ออก แต่ไร้การตอบรับจากคร้าม เขานั่งบนหลังม้านิ่งๆ พลางชมบรรยากาศรอบตัว ป่านี้เป็นป่าอะไรไม่อาจทราบได้ เขารู้แต่เพียงว่าเป็นป่าเล็กๆ ที่คงจะใกล้กับเด็ดมอดแล้ว ใบไม้สีส้มแดงไหวเบาๆ ร่วงหล่นลงพื้นให้นายคร้ามเหยียบกรอบแกรบไปตามทาง จนทั้งคู่เดินออกจากป่าไปเจอน้ำตกเล็กๆ

 

 

 

 

“นี่เป็นแม่น้ำเลียบทางไปเด็ดมอด ตามมันไปเรื่อยๆ ก็จะเข้าเด็ดมอดได้เอง”คร้ามเอ่ยเบาๆ ไพรมองผ่านน้ำสะอาดใสแจ๋วเห็นปลาเล็กปลาน้อยแหวกว่ายไปจนถึงก้นแม่น้ำเลยทีเดียว เขากำลังจะลงจากหลังม้ามาขอบคุณคร้ามแต่กลับต้องชะงักด้วยความตกใจที่อีกฝ่ายขึ้นหลังม้ามานั่งด้วยแล้วควบฝ่าน้ำใต้น้ำตก ทะลุไปโผล่ที่ป่าอีกฝั่งหนึ่ง ไพรเห็นกระท่อมไม้ถูกสร้างอย่างหยาบๆ ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก คร้ามควบม้าไปหยุดตรงหน้ากระท่อมนั้นแล้วโดดลงอย่างสง่างาม กึ่งอุ้มกึ่งฉุดมือให้เขาลงมาจากหลังม้าแล้วพาเข้าไปในบ้าน คร้ามพาไพรนั่งลงบนฟูกแล้วออกไปนอกบ้าน

 

ชั่วครู่เขาได้ยินเสียงม้าของเขาร้องดังลั่นจึงรีบวิ่งออกไปดูด้วยอารามตกใจ

 

 

 

 

แต่ช้าไป....ม้าของเขาห้อตะบึงหนีไปด้วยความตกใจแล้ว คร้ามหันมายิ้มเยาะเขาก่อนหัวเราะหึ

 

 

 

 

อ........อะไรกัน..........

......หรือว่า.............?




 


“ไพรเอ้ย.....”ไพรนึกย้อนไปหาพ่อจรัสแสง “ตอนนี้ไอ้โจรป่าสิงห์คร้ามที่โหดเหี้ยมและทารุณกำลังออกอาละวาด เจ้าต้องระวังตัวเองดีๆ นะ(ข้าเสียดายความสาวของเจ้ามาก) ข้าเป็นห่วงเจ้าไอ้ลูกรัก”

“ขอบคุณครับพ่อ....แต่ไอ้วงเล็บนั่นมันคืออะไรหรอครับ.....”

“วงเลิบวงเล็บอะไร เจ้าตาฝาดแน่ๆ เอาเป็นว่าถ้าเจอไอ้สิงห์คร้ามละก็ ทรัพย์สมบัติมีเท่าไหร่ก็ให้มันเถอะ อย่าไปเสียดาย ห่วงชีวิตตัวเองดีกว่า”




................หรือนี่....จะเป็นไอ้โจรใจบาปที่พ่อพูดถึง.....

ไม่ทันได้เอ่ยปาก โจรป่าคว้าร่างของเขากลับเข้าไปในบ้านแล้วล่ามตรวนไว้ที่ข้อเท้าอย่างรวดเร็ว เขายังไม่ทันได้ขัดขืนแบบในสคริปที่เขียนและแบบในละครไทยที่เคยดูด้วยซ้ำ คร้ามนั่งประจันหน้ากับไพรแล้วหัวเราะอย่างชั่วร้าย

 

 

 

“ไอ้ไพร สี่วา......ขอบใจจริงๆ ที่โผล่มาให้ปล้นถึงที่บ้านข้า เอ็งจะเป็นถุงเงินถุงทองให้กับข้า สิงห์คร้ามผู้นี้นี่เอง วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


 

“”ข่าวด่วนข่าวด่วนนนนนนนนนนนนนนนนนน ไอ้สิงห์คร้ามมันจับตัวคนไปเรียกค่าไถ่อีกแล้ววววววววววว ไข่ปิ้ง ไข่ย่าง ไข่เจียว ไข่ดาว มันยอดมากกกกกกกกกกก”นายไข่ กัดติง พ่อค้าขายไข่เข็นรถซาเล้งตัวเองประกาศข่าวไปด้วยโฆษณาสินค้าตัวเองไปด้วย

 

 

 

 

“อะไรนะ?!!”ชาวบ้านแถวนั้นร้องด้วยความตกใจ “ไอ้โจรคร้ามมันเอาอีกแล้วเรอะ” 


“ตะกี้ใครว่าอะไรไอ้โจรป่านั่นนะ”เสียงขรึมดังขึ้นสยบทุกความเคลื่อนไหว ชายร่างสูงมาดนิ่งเดินเข้ามาใกล้นายไข่ กัดติงผู้เริ่มแพร่กระจายข่าว จ้องตาเขม็งแล้วถามซ้ำอีกครั้ง “เจ้าว่าอะไรนะ”


“เอ่อ......อ่า......จนท.สินเสีย ลอดสี่รู...”นายไข่เรียกด้วยความเกรง “ตะ..ตะ...ตะกี้.....ข้าบอกว่า.........ข...........ข.............ไข่ปิ้ง ไข่ย่าง ไข่เจียว......”


“ไม่ใช่ประโยคนั้นสิคะ”ตำรวจสาวนางหนึ่งเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาข้างๆ จนท.สินเสีย “เรื่องของสิงห์คร้ามน่ะค่ะ”


“อ๋อ........บอกว่าสิงห์คร้ามันจับคนเรียกค่าไถ่อีกแล้วครับ โน่นแหน่ะ”นายไข่ชี้ไปทางศาลากลางเมือง “ข้าเห็นมีข้อความเขียนไว้อาทิตย์ที่แล้วเลยไปอ่านมา”

 

 

 

 

“ไปกันเถอะ จนท.เมธารี คอด ไปตามจับไอ้โจรคร้าม ศัตรูคู่รักคู่แค้นของเรากัน!!”

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

เสียงใบไม้แห้งที่ถูกเหยียบ ดังสวบๆ ขึ้นเป็นระยะตามจังหวะกึ่งเดินกึ่งวิ่งของชายหนุ่มที่กำลังหวาดผวาหนีอะไร บางอย่าง เหงื่อกาฬไหลหยดเป็นสายด้วยความเหนื่อยและร้อนอบอ้าวภายในป่า สายตาที่อยากเหลียวมองหลังใจจะขาดไม่กล้าแม้แต่จะชายตามองไปเพื่อที่จะพบว่า มันกำลังตามมาอย่างใจเย็น ดั่งผู้ล่าที่ยิ้มเยาะให้แก่เหยื่ออันโอชะที่กำลังหมดแรง

 
......ไม่สิ....เขากำลังยิ้มย่อง หัวเราะเยาะในความน่าสมเพชที่ตนไม่สามารถจะออกไปจากชีวิตเขาได้.......

 

 

กล้ามรอบที่2ของตอนนี้ ระทวยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 
 
ร่างบางพยายามขยับขายาวทุกก้าวให้ได้ไกลที่สุด เร็วที่สุด และเงียบเชียบที่สุด
 
.......ไม่ว่าอย่างไร....เราต้องหนีเขาให้พ้น!

 

 

เสียงหาวดังขึ้นแทบจะข้างๆ ตัวเขา ไพรสะดุ้งเมื่อเห็นคนที่เขาหนีอย่างสุดความสามารถโผล่มาอยู่ข้างๆ ได้หน้าเฉย

“หาวววว”ร่างกำยำเปิดปากหาวหวอดๆ เยาะเย้ยร่างบางตรงหน้า “อุตส่าห์ให้โอกาสหนีแล้ว ยังหนีไม่พ้น เอ็งนี่มัน......”เขาละประโยคไว้แล้วหัวเราะดังลั่น


ใช่.......อาทิตย์ที่แล้ว ที่เขาโดนแกล้งสารพัด เหมือนกับหนูนาที่โดนแมวที่มองว่ามันเป็นของเล่นตะปบรั้งไว้ไม่ปล่อย ไอ้โจรป่าโรคจิตนี่แกล้งให้โอกาสเขาหลบหนีออกจากกระท่อมร้างนั่น หลอกให้ตายใจว่ามันหละหลวมไม่เฝ้าระวังตัวประกันอย่างเขาแล้วตามมาหัวเราะเยาะอย่างสะใจ

 


บ้าที่สุดเลย! หลงนึกว่ามันจะเป็นคนดี!

 

 

ไพรได้แต่คิดแล้วกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ ริมฝีปากขบแน่น ไม่ทันได้เห็นว่าคร้ามเข้ามาประชิดตัวแล้วจับเขาเอาไว้ไม่ปล่อย

"ปล่อย! บอกให้ปล่อยไงล่ะไอ้โจรบ้า!"
 
“ปล่อย? ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ”โจรป่าหัวเราะอย่างไม่กลัวเกรง “ลูกกวางอันโอชะที่โผล่เข้ามาในถ้ำเสืออย่างเอ็งน่ะหรอ ที่ข้าจะปล่อยให้กลับไปง่ายๆ”

“ข้าจะหนีไปจากไอ้ชั่วช้าอย่างแกให้ได้ คอยดูนะ”

"หนี?!! ไอ้ใครหน้าไหนจะหนีไปจากไอ้โจรคร้ามไปได้?"เสียงใหญ่หัวเราะดังก้องป่า ก่อนเชยคางไพรขึ้นมามองอย่างเกรี้ยวกราด

 

 

 

 

"ข้าก็ให้โอกาสแล้วไงล่ะ ข้าน่ะใจดี อุตส่าห์ไม่ลงโทษอะไรที่เหยื่อบังอาจซุกซนหนีออกมาแล้วนะ แต่สุดท้าย...เอ็งก็หนีไปไหนไม่รอด กลับมาตายรังอยู่กับข้าในป่านี่!!"
 
"ข้าไม่ได้อยากกลับมาหาแก ไอ้โจรชั่ว! ไอ้สิงห์คร้าม! แกนั่นแหละที่หลอกให้ข้าตายใจแล้วก็มาลากข้ากลับไป! ปล่อยข้า ข้าจะกลับบ้าน!"

 

 

 

"น้ำหน้าอย่างเอ็งน่ะเรอะจะ มีปัญญาหนีไปจากข้าได้!"ร่างสูงออกแรงเพียงนิดเดียวก็โอบไพรเข้ามาประชิดตัวเอง หน้าเข้มซุกไซร้ไปยังซอกคอขาวๆ ของอีกฝ่ายให้ความรักใคร่ แม้ไพรจะขัดขืนแต่เพียงใดก็มิอาจต้านทานกำลังของโจรคร้ามได้ กลับกลายเป็นว่าท่าทีของเขาสร้างความสำราญให้แก่นายคร้าม ชำนาญฟันมากยิ่งขึ้น

 

 

 

"ข้ารักเอ็ง..."เสียงทุ้มหนักกล่าวเบาๆ ท่ามกลางป่าที่เงียบสงบ "เป็นของข้าเสียเถอะ..."

 

ใบหน้าของไพรแดงเสียยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศ เรี่ยวแรงที่เคยมีจะผลักไสให้ร่างอีกฝ่ายถอดห่างกลับหายไปเสียดื้อๆ

 

 

“.........ย..........ย........อย่ามาล้อเล่นน่ะ!! อย่างแกเนี่ยนะ.........อย่างแกเนี่ยนะ......”

 

เสียงหัวเราะยั่วดังกลบคำพูดของไพร “ตกใจจนถึงขนาดพูดอะไรไม่ออกเลยหรอฮึ” มือแกร่งโอบรัดเอวของร่างบางเข้ากับตัวเองแน่นพลางจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ

 


.....เขาควรจะป้องกันตัวสิ อย่างเช่นต่อยอัพเปอร์คัท จระเข้ฟาดหาง หนุมานถวายแหวน จับทุ่ม กระบวนท่าพระกระโดดกำแพง หรือใช้ท่า RKO แบบใน WWE ที่พ่อชอบดู .....อะไรก็ได้......ตอบโต้สิ!!

แต่ร่างของเขากลับนิ่งสงบ....ยอมให้อีกฝ่ายกอดได้โดยง่าย

 

 

“ทำไม........”ดวงหน้างามของไพรแดงระเรื่อ “........ข้าน่ะ.....เป็นแค่ตัวประกันไม่ใช่รึไง............แล้ว........แล้วจะมา..ร....ร......”

 

 

รูปนี้นับว่ากล้ามก็ได้ แฮ่กกกกกกกกก

 

“รัก....”

 

 

 

 

 

“ไม่!!....”

 

 

ใช้รูปซ้ำ //โดนชก

 

 

ไพรตวาด สะบัดอีกฝ่ายออกห่างก่อนถอยหนี “อย่ามาแกล้งกันซะให้ยาก ข้าจะไม่หลงกลแกอีก!!”

 

 

........จะไม่เชื่อใจผู้ชายคนตรงหน้าอีกเด็ดขาด.................

 

 

แวบแรกที่เห็นคร้าม....ไพรยอมรับว่าตนเองเหมือนโดนแรงดึงดูดอะไรบางอย่างให้เผลอชอบคร้ามเข้า....ถ้าไม่นับว่าเขาเป็นโจรป่าที่เหี้ยมโหดแล้ว......เขาเป็นคนมีเสน่ห์มาก.....

มากจน......มากจน.....เขากำลังจะถอนตัวไม่ขึ้น

 

 

“หึ....ข้าแกล้งตรงไหน...เอ็งนั่นแหละที่เชื่ออะไรเป็นตุเป็นตะ”เสียงคร้ามเริ่มไม่พอใจ “ข้าไม่เคยหลอกว่าตัวเองไม่ใช่โจร ข้าแค่ไม่พูดว่าตัวเองเป็น และข้าไม่เคยปล่อยเจ้าออกมาเพราะแกล้งให้เจ้าหนี ที่ทำเพราะไม่อยากให้เจ้าอึดอัดตอนที่อยู่กับข้าก็เท่านั้น.....”

“และที่ข้าบอกรักเจ้า....ก็ไม่ได้ล้อเล่น”โจรป่าค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ลูกเศรษฐีด้วยความกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายตกใจ ก่อนกุมมืออีกฝ่ายไว้ “ข้าเห็นเจ้าครั้งแรก.....เห็นในฐานะของคนแปลกหน้า.....แต่เสี้ยววินาทีต่อมา...ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นของๆ ข้า.....ข้าต้องการเจ้า”

 

 

รูปนี้ติดเรท //โดนชก

 

ชั่วนาทีนั้นเองที่เหมือนโลกทั้งโลกว่างเปล่า ไพรไม่รับรู้อะไรอีกนอกจากคำว่ารักของคร้ามดังก้องอยู่ในหัว ไม่รับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงความรักด้วยการประกบปากจูบเบาๆ อย่างอ่อนโยนแม้ร่างกายของตนจะตอบสนองไปแล้วก็ตาม ร่างกายร้อนรุ่มเป็นไฟราวกับคนป่วยด้วยพิษไข้ แต่สำหรับเขาแล้ว เขาป่วยด้วยพิษจากอีกฝ่ายที่ไต่ลามจากปาก คอ อก ต่ำลงไป ราวกับสัตว์ตัวน้อยที่ดำดิ่งสู่ห้วงของทะเลลึกเรื่อยๆ...........

 

 

 

 

 

TO BE CONTINUED...

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

ตัดจบ!!!!

 

 

กรี้ดดดด บอกได้แค่คำเดียว บั่บแวร่ ระทวยกล้ามแม่กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกแม้จะมีแค่ 3 รูป(ก็ได้)

ขอบคุณซิวเว่ที่มาวาดรูปให้ เราจะรักและจิกใช้เธอต่อไป ♥ 5555555555

 

 

ได้รับการตอบรับดีผิดคาดสำหรับละครเรื่องนี้ ก็รู้สึกปลาบปลื้มจุยมากฮร่ะ *ปาดน้ำตาอย่างเซเล็บ*

ไม่คิดว่าจะมีคนชอบถึงขนาดนี้ ขอบคุณมากๆ สำหรับแรงเีชียร์นะครัฟ

 

ช่วงนี้มีหลายๆ รีเควสมา ไอ้เราก็ใจง่ายไปรับมันมาทำด้วยความเสี้ยน

ก็ขอบอกไว้ว่า ฟิคที่เราแต่งๆ นั้นอาจจะช้ามากและเหียกมากด้วยความขี้เกียจภาระที่เร่งรัดของเราที่จะต้องส่งก่อนวันที่ 10

แถมยังมีฟิคพิเศษของใครหลายๆ คน ทั้งที่เคยสครีมไปในทวิตหลักแล้วและยังเก็บเงียบเป็นความลับ

 

 

จะเป็นยังไงนั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป จะพยายามปั่นทุกอย่างออกมาให้ดีๆ นะครัฟ

 

 

ขอบคุณลูกๆ ทุกคนที่โผล่ออกมาในตอนนี้ แม้ว่าบางคน(หรือทุกคน)จะไม่ตรงกับคาแร็คเตอร์เลยก็ตาม 55555

ถ้าใครไม่เก็ทว่าคนขายไข่เป็นใคร กรุณาไปตามหาในเอนทรี่ก่อนๆ ว่ามีใครชื่อแนวนี้บ้าง ท่านก็จะกระจ่างแจ้งเอง

ขอบคุณซิวเว่ สำหรับรูป

ขอบคุณกล้ามพ่อคร้าม ที่ทำให้เรายอมเขียนฟิคต่อมาจนถึงตอนนี้ ← จปส.หลักเลยนะเนี่ย

ขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจ และแรงกดดัน 5555

 

ขอบคุณสปอนเซอร์

 

 

 

ถึงโซนประกาศ

 

 

ประกาศตามหานักแสดงต่อไปนี้สำหรับอนิเมเรื่องกินทาเมี่ยนด้วยครัฟ


- โอโทเซะ

- แคทเทอรีน

- ยามาซากิ (ฮิจิสว่างเสนอชื่อยามาสเวนกิมาแต่เราอยากได้อีก)

- ฮาเสะงาว่า

- โชกุนชอบถอดกุงเกงใน

 

สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้จนชาติหน้า


 

 

สุดท้ายนี้....

 

เรน - รูมเมท เราโต้รุ่งปั่นรายงานรูมเมทกันอีกปีแล้วสินะ.....

 

 

ตายดีกว่า จบเหอะ

Categories